วิธีการเลือกขนส่งในการส่งของไปต่างประเทศ

บริการส่งของไปต่างประเทศหรือพัสดุจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศทั่วทุกมุมโลกกว่า 200 ประเทศ ใช้เวลานำส่ง 2 – 7 วันทำการเท่านั้น โดยบางประเทศที่เป็นศูนย์การจายสินค้าหลัก สามารถจัดส่งสินค้าถึงผู้รับภายในวันเดียว ซึ่งมีอยู่กว่า 10 ประเทศกระจายอยู่ทั่วทุกทวีป ด้วยรูปแบบการบริการแบบ door to door service ไปรับพัสดุภัณฑ์หรือสินค้า ถึงที่จากมือผู้ส่ง ส่งตรงถึงมือผู้รับ พร้อมบริการแพคกิ้ง (Packing) เพื่อทะนุถนอมสินค้า ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด และมั่นใจได้ว่า สินค้าที่จัดส่งไปนั้นถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน ผ่านการให้บริการจากบริษัทชั้นนำของโลก อย่าง DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS และ TNT EXPRESS โดยสามารถติดตามสถานะสินค้าการจัดส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์ และศูนย์บริการ ได้ทุกประเทศทั่วโลก และทำให้คุณได้อุ่นใจได้มากยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือกสำหรับการทำประกันภัยเพิ่มเติมที่ ให้คุณได้รับความคุ้มครองจากความเสียหาย และสูญหายจากการขนส่งสินค้าได้เต็มมูลค่าของสินค้า

การเลือกขนส่งในการส่งของไปต่างประเทศ

ปัจจุบันนอกจากไปรษณีย์ไทยแล้ว ก็มีบริษัทขนส่งเอกชนหลายบริษัทที่มีบริการส่งของไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น DHL Fedex และ TNT  เป็นต้น โดยเงื่อนไข วิธีการขนส่งและราคาของแต่ละขนส่งก็จะแตกต่างกันไป ผู้ส่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและความต้องการ

ตรวจสอบกฎระเบียบของศุลกากร/แนบใบกำกับสินค้าที่เป็นภาษาอังกฤษ

พิธีศุลกากร ถือเป็นด่านแรกของการส่งของไปต่างประเทศ ถ้าพลาดจุดนี้ไป ก็จะเกิดปัญหาตามมาแน่นอน ผู้ส่งจำเป็นต้องมีใบกำกับสินค้าที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรจำเป็นต้องใช้ใบกำกับสินค้าในการประเมินภาษีและอากรที่อาจมี กรอกใบกำกับสินค้าให้ครบถ้วนและถูกต้องจะช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าได้ และไม่ว่าต้นทางหรือปลายทางจะเป็นประเทศอะไร ก็ต้องกรอกเอกสารต่างๆเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

ตรวจสอบความเรียบร้อยของพัสดุที่ส่งของไปต่างประเทศ

การแพ็คพัสดุส่งต่างประเทศนั้น ผู้ส่งต้องคำนึงว่าระยะทางในการส่งนั้นไกลกว่ามาก กระบวนการที่เจ้าหน้าที่ต้องจับต้องสินค้าก็มีมากเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นควรแพ็คสิ่งของข้างในให้แน่นหนาพอที่จะกันการกระทบกระแทกต่างๆระหว่างทางได้ รวมถึงปิดกล่องพัสดุให้มิดชิด เพื่อให้พัสดุถึงมือผู้รับปลายทางอย่างปลอดภัย https://iexpressbydhl.com/th/