ปัญหาการขาดแคลนชิป ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ อย่างไรกันบ้างที่เห็นได้ชัด

ปัญหาการขาดแคลนชิป ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ อย่างไรกันบ้างที่เห็นได้ชัด

ปัญหาการขาดแคลนชิปยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์อย่างหนัก โดยผู้ผลิตมอเตอร์รายใหญ่ทั่วโลกต้องหยุดการผลิตหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แบรนด์รถยนต์ต่างๆ เช่น ฟอร์ด , เจเนรอล มอเตอร์ , โฟรสวาเก้น และ จากัวร์ แลนด์ โลเวอร์ ต่างระงับสายการผลิตทั้งหมดเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และมาร์เกรเธอ เวสตาเกอร์ กรรมาธิการยุโรป เปิดเผยแผนการผลิตชิปคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ความคิดริเริ่มนี้เป็นหนึ่งในจุดสนใจหลักของพันธมิตรเทคโนโลยีข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกใหม่ที่รู้จักกันในชื่อสภาการค้าและเทคโนโลยี ถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและผู้บัญชาการเวสเตเจอร์ รวมถึงการให้คำมั่นว่าจะสร้าง “การเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ในการปรับสมดุลของห่วงโซ่อุปทานระดับโลกในเซมิคอนดักเตอร์” สหภาพยุโรปต้องการเพิ่มส่วนแบ่งของตลาดการผลิตชิปทั่วโลกจาก 10% เป็น 20% และให้คำมั่นสัญญามูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์สำหรับความพยายามดังกล่าว ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้จัดสรรเงิน 52 พันล้านดอลลาร์ให้กับการผลิตชิปในประเทศ

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในตอนนี้นั้นจะสังเกตกันได้จากตลาดหุ้นที่เกิดความผันผวนอยู่ในตอนนี้ จากโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ผลิตสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ที่กำลังมีข้อพิพาทในเรื่องของการผลิตที่จะต้องหาทางแก้ไขในตอนนี้ตามความต้องการของผู้ค้าและผู้ใช้บริการที่มีความสะดวกในสื่อเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ กำลังมีเพิ่มมากขึ้นยังจะได้เห็นกันอีกว่า สถานการณ์ในปัจจุบันที่กำลังประสบปัญหาโรคระบาดเองก็มีผลต่อกำลังการผลิตที่ต้องการคนภายในประเทศที่ส่งผลให้การล่าช้าของชิปเซ็ตนั้นเกิดผลขาดสินค้าเหล่านี้ ในตลาดหุ้นเองก็มีการลดลง ขาดทุนเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับซัมซุงแล้วสถานการณ์นี้ก็สามารถหาทางแก้ไข เพิ่มกำไรให้เข้ามาภายในบริษัทของตัวเองเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่ไว้วางใจได้